ความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับปอดและโรคของระบบทางเดินหายใจ
การไอ เป็นการตอบสนองเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ถือเป็นการหายใจอย่างรุนแรงเพื่อกำจัดเชื้อโรค ป้องกันไม่ให้เข้าสู่อวัยวะส่วนอื่น หากมีอาการไออย่างรุนแรงจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก เช่น กระดูกอ่อนซี่โครงหัก หรือเหนื่อยหอบ
การจาม เป็นการตอบสนองของร่างกายอีกวิธีหนึ่ง เมื่อมีเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่จมูกทำให้ระคายเคือง ข้อแนะนำควรปิดปากขณะจาม และไม่ควรกลั้นจาม เพราะอาจเป็นอันตรายต่อเยื่อแก้วหูได้
การหาว เป็นอาการที่เกิดขึ้นเอง เพื่อให้เกิดการหายใจเข้าที่ยาวและลึกมากกว่าปกติ อาจเกิดขึ้นตอนที่สมองขาดออกซิเจน หรือร่างกายมีคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดมากไป เช่น ง่วงและอดนอน การหาวเป็นอาการที่เกิดขึ้นปกติ แต่หากเกิดมากเกินไปควรพบแพทย์
การสะอึก คือ การหดตัวเป็นจังหวะของกะบังลม ซึ่งตอนที่หดตัว อากาศจะเข้าไปทำให้สายเสียงที่กล่องเสียงสั่น ทำให้เกิดเสียงเวลาที่เราสะอึก ไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน อาจเกิดจากการกินอาหารเร็วไป หรือเกิดจากการเจ็บป่วยบางอย่าง
นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคปอดบวม (pneumonia) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือไวรัสเข้าไปในหลอดลมและเข้าสู่เนื้อเยื่อปอด ทำให้เกิดการอักเสบ ยังผลให้พื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สลดลง
อีกโรคหนึ่ง คือ โรคถุงลมโป่งพอง (emphysema) ซึ่งเกิดจาก การสูดอากาศที่เป็นพิษ เช่น ควันบุหรี่ ควันจากโรงงาน ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ เป็นเวลานาน ๆ หรือบางรายอาจเกิดจากการติดเชื้อ ผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพองจะมีความผิดปกติที่ถุงลม คือสารหล่อลื่นความยืดหยุ่นของผนังถุงลม และหลอดลมฝอยถูกทำลายทำให้ความสามารถในการนำเอาอากาศเข้าปอด และแลกเปลี่ยนแก๊สลดลงและในบางโอกาสผนังของถุงลม อาจจะถูกทำลายทำให้ถุงลมทะลุถึงกันเกิดเป็นถุงขนาดโตขึ้น ทำให้มีพื้นที่ผิวสำหรับแลกเปลี่ยนแก๊สลดลง ผู้ป่วยจึงต้องเพิ่มการสูดลมหายใจ ทำให้เกิดการเหนื่อยหอบหายใจไม่เต็มปอด แก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ลดลง หัวใจทำงานหนักขึ้นจนอาจมีอาการหัวใจวายได้
นอกจากนี้ยังมีโรคภูมิแพ้ซึ่งเกิดจากการได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น เกสรดอกไม้ ฝุ่น ควันบุหรี่ อากาศทีเปลี่ยนแปลง สารเคมี สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายมีการตอบสนองมีผลทำให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลอดลม เป็นเหตุให้หลอดลมตีบกว่าปกติจนผู้ป่วยเกิดอาหารหอบหืดหายใจไม่สะดวก หรือหายใจไม่ทันและอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

ภาพที่ 16 ปอดของคน
ก.  ปอดของคนปกติ   ข.  ปอดของคนที่สูบบุหรี่
ที่มาของภาพ หนังสือเรียนรายวิชา เพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 – 6 . กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา. หน้า 19

 
ปัจจุบันทั่วโลกมีการรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่   นักเรียนคิดว่าการสูบบุหรี่มีผลเสียต่อร่างกายอย่างไร

ควันบุหรี่ประกอบด้วยสารหลายชนิด อาจจะอยู่ในรูปของแก๊สและไอควัน เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ เบนซิล ฟอร์มัลดีไฮด์ แอมโมเนีย กรดฟอร์มิก เป็นต้น ส่วนอนุภาคแขวนลอย เช่น นิกเกิล เบนโซไพรีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เป็นต้น นอกจากนี้ในบุหรี่ยังมีสารนิโคตินซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่มีผลต่อระบบประสาท
ควันบุหรี่นอกจากจะทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง โรคภูมิแพ้ แล้วยังพบว่ามีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด และทำให้เกิดการระคายเคืองต่อตา จมูก คอ และปอด ควันบุหรี่นอกจากจะมีผลต่อคนที่สูบบุหรี่โดยตรงแล้ว ยังมีผลต่อบุคคลข้างเคียงที่สูดดมเอาควันบุหรี่เข้าไปอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ในเด็กมีการติดเชื้อของปอดเพิ่มขึ้นถึงแม้จะไม่ได้สูบบุหรี่ก็ตาม
จะเห็นได้ว่าปอดเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบทางเดินหายใจ ถ้ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับปอดจนไม่สามารถทำหน้าที่ได้เต็มที่ก็จะมีผลต่อการหายใจ ฉะนั้นนักเรียนจึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายแก่ปอดทั้งทางตรงและทางอ้อม
ผลของการนำออกซิเจนไปสลายสารอาหารให้ได้พลังงานออกมาใช้ในการดำรงชีวิตนั้นจะได้สารบางชนิดที่ร่างกายไม่ต้องการ ดังนั้น ร่างกายจำเป็นต้องมีการกำจัดสารเหล่านี้ออกนอกร่างกาย นักเรียนทราบหรือไม่ว่าร่างกายมีกระบวนการกำจัดสารที่ไม่ต้องการอย่างไร


 
 
Go to the top