การวัดอัตราการหายใจและความจุชองปอด
1. การวัดอัตราการหายใจ
การหายใจเข้าและการหายใจออกของคนเป็นจังหวะที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเมแทบอลิซึม กิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์เป็นผลจากเมแทบอลิซึมเซลล์ที่ใช้พลังงานมากแสดงว่ามีอัตราเมแทบอลิซึมสูงแต่การวัดอัตราเมแทบอลิซึมโดยตรงนั้นทำได้ยากจึงเปลี่ยนเป็นการวัดอัตราการใช้ออกซิเจนแทน โดยถือว่าเซลล์หรือร่างกายที่มีอัตราเมเทบอลิซึมสูงจะมีอัตราการนำออกซิเจนเข้าสูงด้วย ในสิ่งมีชีวิตต่างชนิดกันอัตราการหายใจก็จะแตกต่างกันออกไปแม้จะอยู่ในขณะทำกิจกรรมที่คล้าย ๆ กัน

ตารางแสดงอัตราการหายใจของสัตว์บางชนิดขณะพัก

ชนิดของสัตว์
อัตราการหายใจ
(ลูกบาศก์มิลลิเมตรของออกซิเจนต่อ 1 กรัมน้ำหนักของสัตว์ต่อ 1 ชั่วโมง)
ซีแอนนีโมนี
13
หมึกยักษ์
80
หมึก
320
ปลาไหล
128
กบ
150
นกฮัมมิง
3500
หนู
1500
คน
200

2. ความจุของปอด
ปริมาตรอากาศที่หายใจเข้าปกติ แต่ละครั้งมีประมาณ 500 ลูกบาศก์เซนติเมตร ถ้าบังคับให้มีการหายใจเข้าเต็มที่มากที่สุด จะมีอากาศเข้าไปยังปอดเพิ่มมากขึ้นจนอาจถึง 6,000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นระดับที่ปอดจะจุอากาศได้เต็มที่เช่นเดียวกับการบังคับการหายใจออกเต็มที่ อากาศจะออกจากปอดมากที่สุดเท่าที่ความสามารถของกล้ามเนื้อกะบังลมและกล้ามเนื้อซี่
ในคนที่ออกกำลังกายอยู่เสมอ เช่น นักกีฬา ซึ่งสามารถสูดลมหายใจเข้าเต็มที่ได้มากกว่าคนทั่วไปเพราะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการสูดลมหายใจทำงานได้ดี คนกลุ่มนี้จะทำกิจกรรมอยู่ได้นานและเหนื่อยช้ากว่าคนทั่วไป
การศึกษาปริมาตรของอากาศในปอดของคนด้วยเครื่อง spirometer สามารถนำมาเขียนกราฟได้ดังนี้

ภาพที่ 15 : ปริมาตรอากาศในปอดขณะหายใจเข้า-ออกปกติ  และขณะหายใจเข้า-ออกเต็มที่
ที่มา หนังสือเรียนรายวิชา เพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6.กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา.หน้า 14

จากข้อมูลของสำนักนโยบายและแผนสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ. 2541 ผู้ป่วยด้านโรคระบบทางเดินหายใจมีจำนวนถึง 22,837,547 คน จากจำนวนประชากรทั้งหมด 61,466,178 คน จัดเป็นโรคที่มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 1 ของประเทศ นักเรียนคิดว่าอะไรบ้าง ที่เป็นสาเหตุทำให้คนไทยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจมากเป็นอันดับหนึ่ง  และโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมีโรคอะไรบ้าง

 
 
Go to the top