5. ความผิดปกติที่เกี่ยวกับไตและแนวทางในการดูแลสุขภาพ

ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญมากอวัยวะหนึ่งของร่างกาย หากทำงานผิดปกติไปก็จะเป็นอันตรยต่อร่างกายได้ โรคที่เกี่ยวกับไตมีมากมายหลายโรคที่รู้จักกันมาก คือ
- โรคนิ่ว (Calculus)
ทั้งนิ่วในไต ท่อไตหรือนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ โรคนี้สาเหตุ เกิดจากตะกอนของแร่ธาตุต่าง ๆ ในน้ำปัสสาวะรวมตัวเป็นก้อนอุดตันในท่อปัสสาวะและอาจมีสาเหตุมาจากการที่ร่างกายกรองหรือกำจัดแร่ธาตุออกมามาก ตะกอน อาจจะเกิดการอักเสบติดเชื้อทำให้มีการจับกันของผลึกเป็นก้อนนิ่วได้เร็ว นอกจากนี้ยังพบว่าการเป็นนิ่วยังมีความสัมพันธ์กับโภชนาการ เช่น การบริโภคผักใบเขียว เช่น ใบชะพลู ผักโขม เป็นต้น ซึ่งมีสารออกซาเลตสูงทำให้มีโอกาสเป็นนิ่วได้ง่าย การรักษาจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าจะใช้ยา ผ่าตัด หรือสลายนิ่วโดยใช้คลื่นเสียงที่มีความถี่สูง (Ultra sound) อย่างไรก็ตามโรคนี้ยังสามารถป้องกันได้โดยการรับประทานอาหารประเภทโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ และถั่วต่าง ๆ อาหารเหล่านี้มรฟอสฟอรัสซึ่งช่วยไม่ให้สารพวกออกซาเลตจับตัวเป็นก้อนนิ่ว และควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่มีออกซาเลตสูง นอกจากนี้การดื่มน้ำสะอาดวันละมาก ๆ อาจทำให้ก้อนนิ่วขนาดเล็กออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะได้
- โรคไตวาย (Renal failure)
เป็นโรคที่ไตสูญเสียการทำงานหรือไม่สามารถทำงานได้ ของเสียจะถูกสะสมอยู่ในร่างกายไม่สามารถขับถ่ายออกทางน้ำปัสสาวะได้ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการรักษาสมดุลน้ำ แร่ธาตุและความเป็นกรด – เบส ของสารในร่างกาย โรคไตวายอาจมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อที่รุนแรง การสูญเสียเลือดจำนวนมาก หรืออาจเกิดจากการเป็นโรคเบาหวานเป็นเวลานาน สำหรับการรักษาอาจทำได้ เช่น โดยการควบคุมชนิดและปริมาณของอาหาร การดูแลทั่วไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ยา หรือการฟอกเลือดโดยใช้ไตเทียม (Artificial kidney) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่แทนไต หรืออาจใช้วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนไต ผู้ให้ไตถึงแม้ว่าจะเหลือไตเพียงข้างเดียวก็ยังคงมีชีวิตอยู่ได้หรืออาจรับบริจาคไตจากผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัญหาจากการผ่าตัดเปลี่ยนไต คือร่างกายของผู้ป่วยอาจจะปฏิเสธการรับไตจากผู้อื่นแต่อาจแก้ไขได้จากการรับไตจากบุคคลที่มีความใกล้ชิดกันทางพันธุกรรม หรือหาวิธีป้องกันการไม่รับสิ่งแปลกปลอมของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยการกดระบบภูมิคุ้มกัน เช่น การให้ยากดระบบภูมิคุ้มกันหรือการฉายรังสีพร้อมกับการให้ยากดระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
ในปัจจุบันแพทย์สามารถช่วยชีวิตคนที่เป็นโรคไตโดยการใช้ไตเทียมซึ่งสามารถกรองสารและทำให้เลือดบริสุทธิ์ หลักการทำงานของเครื่องไตเทียม คือการนำเลือดของผู้ป่วยจากหลอดเลือดอาร์เตอรีบริเวณแขน ไหลเข้าไปในเครื่องไตเทียมโดยผ่านเข้าไปในท่อที่มีเยื่อเซลโลเฟน เยื่อนี้บางและมีรูเล็ก ๆ สารที่มีโมเลกุลขนาดเล็กจึงผ่านเข้าออกได้ทำให้สารละลายผ่านผนังท่อได้ตลอดเวลาสารละลายนี้มีส่วนประกอบต่าง ๆ คล้ายคลึงกับส่วนประกอบของเลือดคนปกติ ระหว่างที่ไตทำงานนั้นของเสียในเลือดทีมีความเข้มข้นสูงกว่าในสารละลายจะแพร่ผ่านรูเล็ก ๆ ที่เยื่อเซลโลเฟนออกมาในสารละลาย ด้วยวิธีการนี้ของเสียในเลือดจะน้องลงสู่ระดับปกติ หลังจากนั้นเลือดจะผ่านกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยทางหลอดเลือดเวนเช่นบริเวณปลายแขน ในปัจจุบันผู้ป่วยสามารถใช้เครื่องไตเทียมได้แม้ว่าจะอยู่ที่บ้านโดยใช้ครั้งละ 3 – 6 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง แต่ควรระมัดระวังเรื่องการรักษาความสะอาดเพราะอาจทำให้ติดเชื้อได้ การใช้ไตเทียมในทางการแพทย์จะใช้กับผู้ป่วยที่รอการรักษาหรือรอการผ่าตัดเปลี่ยนไตชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากการใช้ไตเทียมแต่ละครั้งต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ไตเทียมไม่สามารถทำงานได้เหมือนกับไตธรรมชาติเพราะไตนอกจากจะทำฟอกเลือดแล้ว ยังควบคุมรักษาระดับความดันโลหิต ปริมาณน้ำในร่างกายให้สมดุล และยังสร้างสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วย ซึ่งไตเทียมทำหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้


ภาพที่ 23 แสดงเครื่องไตเทียมและการทำงานของเครื่องไตเทียม
ที่มาของภาพ : https://4.bp.blogspot.com/-N8yB9oGRFB8/U6vmyiCTyTI/AAAAAAAAAPA/gdI9lVutEUc/s1600/Hemodialysis.pn


 
     
Go to the top