ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันโรค
ระบบภูมิคุ้มกันเป็นระบบที่มีกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อตอบสนองต่อการมีสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายหรือเกิดขึ้นในร่างกายเอง ถ้ามีภูมิคุ้มกันเอง ถ้ามีภูมิคุ้มกันที่น้อยเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย แต่ถ้ามีมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน ตัวอย่างโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันโรค
- โรคภูมิแพ้ (Allergy) เป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากร่างกายมีปฏิกิริยาต่อแอนติเจนบางชนิดรุนแรง และก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย เช่น การแพ้สารเคมีในบ้าน ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ อาหารทะเล และอากาศ เป็นต้น แม้บางโรคไม่รุนแรงมากแต่ก็มีอาการต่อเนื่องต้องรับการรักษาตลอดเวลาท้า ให้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษา จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่าโรคภูมิแพ้ต่อสารบางชนิดเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมด้วย
- โรคที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานเนือเยื่อของตนเอง (Autoimmune diseases) เช่น โรคเอส-แอลอี (SLE-Systemic Lupus Erythematosus) เป็นต้น เป็นความผิดปกติที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อต้านเซลล์ของตนเอง ซึ่งโดยปกติแล้วภูมิคุ้มกันในร่างกายสามารถแยกความแตกต่างได้ว่าแอนติเจนใดเป็นแอนติเจนของตนเอง และแอนติเจนใดเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงสร้างแอนติบอดีจ้าเพาะมาทำลายแอนติเจนเท่านั้นจะไม่ทำลายเซลล์ของตนเอง แต่ ในบางกรณีเกิดภาวะผิดปกติขึ้น
กลไกการควบคุมเสียไปทำให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีมาต่อต้านแอนติเจนของตนเอง
โรคเอดส์ (AIDS- Acquired Immune Deficiency Syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มอาการของภูมิคุ้มกันบกพร่องอันเกิดจากเชื้อ HIV (Human Immunodeficiency Virus) เข้าไปเจริญและเพิ่มจำนวนในเซลล์ทีและทำลายเซลล์ทีซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง โดยเชื้อ HIV มีลักษณะพิเศษ ดังนี้
1. เชื้อ HIV จะทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวของร่างกายชนิดเซลล์ทีผู้ช่วยจึงทำให้ไม่มีสารที่จะไปกระตุ้น ให้เซลล์บีแบ่ง ตัวเพื่อสร้างเซลล์พลาสมา ประสิทธิภาพของการสร้างแอนติบอดีที่จะทำลายแอนติเจนต่าง ๆ จึงลดลง
2. เชื้อ HIV เพิ่มจำนวนและมีการกลายพันธุ์ได้ง่าย ดังนั้น ในช่วงแรก ๆ ของการติดเชื้อร่างกายจะมีการสร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อ HIV แต่ในระยะต่อ ๆ มาเชื้อกลายพันธุ์ไปบางส่วน ทำให้ภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นมาแล้วนั้นไม่สามารถทำลายเชื้อ HIV ให้หมดไปได้
3. เชื้อ HIV เจริญ และเพิ่มจำนวนอยู่ ในเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด เซลล์ที ผู้ช่วย และใช้องค์ประกอบต่าง ๆ ในเซลล์เม็ดเลือดขาวในการเพิ่มปริมาณเชื้อ HIV และแพร่กระจายไปสู่เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดอื่นต่อไป
4. เชื้อ HIV มีสารพันธุกรรมเป็น RNA ซึ่งเมื่อเข้าสู่เซลล์จะสร้างสารพันธุกรรมในรูป DNAและแทรกเข้าไปใน DNA ของเซลล์ ซึ่งอาจทำหน้าที่สร้างไวรัสหรือแฝงตัวอยู่เ ป็นเวลานานก่อนที่จะถูกกระตุ้นให้สร้างไวรัส
 
Go to the top