ระบบน้ำเหลือง (Lymphatic system)
ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบลำเลียงสารต่าง ๆ ให้กลับเข้าสู่หลอดเลือด โดยเฉพาะสารอาหารพวกกรดไขมันที่ดูดซึมจากล้าไส้เล็ก ระบบน้ำเหลืองจะไม่มีอวัยวะสำหรับสูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ ประกอบไปด้วยน้ำเหลือง (Lymph) ท่อน้ำเหลือง (Lymph vessel) และอวัยวะน้ำเหลือง (Lymphatic organ)
4.1 น้ำเหลือง (Lymph)
ส่วนประกอบของน้ำเหลืองคล้ายกับในเลือดแต่ไม่มีเม็ดเลือดแดงเป็นของเหลวที่ซึมผ่านผนังหลอดเลือดฝอยออกมาอยู่ระหว่างเซลล์หรือรอบ ๆ เซลล์เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ ในน้ำเหลืองจะมีโปรตีน โมเลกุลเล็ก เช่น อัลบูมิน และสารที่มีโมเลกุลเล็ก ๆ เช่น แก๊ส น้ำ น้ำตาลกลูโคส น้ำเหลืองไหลไปตามท่อน้ำเหลือง โดยอาศัยปัจจัย 3 ประการ คือ
1. การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่จะไปกดหรือคลายท่อน้ำเหลือง
2. ความแตกต่างระหว่างความดันไฮโดรสเตติกซึ่งท่อน้ำเหลืองขนาดเล็กมีมากกว่า ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่
3. การหายใจเข้า ซึ่งไปมีผลขยายทรวงอกและลดความดันทำให้ท่อน้ำเหลืองขยายตัว
4.2 ท่อน้ำเหลือง (Lymph vessel)
เป็นท่อตันมีอยู่ทั่วร่างกายมีขนาดต่าง ๆ กัน มีลักษณะคล้ายหลอดเลือดเวน คือมีลิ้นกั้น ป้องกันการไหลกลับของน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่ มี 2 ท่อที่สำคัญ คือ
1. ท่อน้ำเหลืองทอราซิก (Thoracic duct ) เป็นท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่ที่สุด ทำหน้าที่รับน้ำเหลือง จากส่วนต่างๆของร่างกาย ยกเว้นทรวงอกขวาแขนขวาและส่วนขวาของหัวกับ คอ เข้าหลอดเลือดเวนแล้วเข้าสู่เวนาคาวาก่อนเข้าสู่หัวใจ อยู่ทางซ้ายของลำตัว
2. ท่อน้ำเหลืองทางด้านขวาของลำตัว (Right lymphatic duct) รับน้ำเหลืองจากทรวงอกขวาแขนขวาและส่วนขวาของหัวกับคอเข้าหลอดเลือดเวน แล้วเข้าสู่เวนาคาวา เข้าสู่หัวใจ จากนั้นน้ำเหลืองที่อยู่ในท่อน้ำเหลือง จะเข้าหัวใจปนกับเลือดเพื่อลำเลียงสารต่าง ๆ ต่อไป
4.3 อวัยวะน้ำเหลือง (Lymph organ)
อวัยวะน้ำเหลืองเป็นศูนย์กลางในการผลิตเซลล์ที่ใช้ในการต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่ง แปลกปลอมประกอบด้วย ต่อมน้ำเหลือง ต่อมทอนซิล ม้าม ต่อมไทมัส และเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่อยู่ที่ลำไส้
1. ต่อมน้ำเหลือง (Lymph node)
พบอยู่ระหว่างทางเดินของท่อน้ำเหลืองทั่วไปในร่างกายลักษณะเป็นรูปไข่ กลม หรือรี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 มิลลิเมตร จะมีท่อน้ำเหลืองเข้าและท่อน้ำเหลืองออกภายในเต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ ต่อมน้ำเหลืองจะทำหน้าที่กรองน้ำเหลืองให้สะอาดทำลายแบคทีเรีย และทำลายเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในวัยชรา
2. ต่อมทอนซิล (Tonsil gland)
เป็นกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ 3 คู่ คู่ที่สำคัญอยู่รอบ ๆ หลอดอาหาร ภายในต่อมทอนซิลจะมีลิมโฟไซต์ทำลายจุลินทรีย์ที่ผ่านมาในอากาศไม่ให้เข้าสู่ หลอดอาหารและกล่องเสียงถ้าต่อมทอนซิลติดเชื้อจะมีอาการบวมขึ้น เรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ
3. ม้าม (spleen)
เป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด มีหลอดเลือดมาเลี้ยงมากมายไม่มีท่อน้ำเหลืองเลย สามารถยืดหดได้ นุ่มมีสีม่วง อยู่ใกล้ ๆ กับกระเพาะอาหารใต้กระบังลมด้านซ้าย รูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วภายในจะมีลิมโฟไซต์ อยู่มากมาย ม้ามมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดในระยะเอ็ม บริโอในคนที่คลอดแล้ว ม้าม ทำหน้าที่ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว สร้างเม็ดเลือดขาว พวกลิมโฟไซต์ และโมโนไซต์ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าไปในกระแสเลือด สร้างแอนติบอดี และ ในสภาพผิดปกติ สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด
4. ต่อมไทมัส (Thymus gland)
เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ตอนอายุน้อย และถ้าอายุมากจะเล็กลงและฝ่อในที่สุด เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ตรงทรวงอกรอบหลอดเลือดใหญ่ของหัวใจ ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ T มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคและสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งการต้านอวัยวะที่ปลูกถ่ายจากผู้อื่นด้วย

ภาพที่ 20 แสดงอวัยวะน้ำเหลืองในร่างกายของมนุษย์
ที่มาของภาพ : http://slideplayer.com/slide/4766744/15/images/1/Lymph+nodes+and+vessels.jpg


 
Go to the top